วิชาทฤษฎีกฎหมายเอกชน

หน้าแรก
คำบรรยายครั้งที่ 1 (วันที่ 6 มิถุนายน 2552)
คำบรรยายครั้งที่ 2 (วันที่ 13 มิถุนายน 2552)
คำบรรยายครั้งที่ 3
คำบรรยายครั้งที่ 4 (วันที่ 27 มิถุนายน 2552)
คำบรรยายครั้งที่ 5 (วันที่ 4 กรกฎาคม 2552)
คำบรรยายครั้งที่ 6 (วันที่ 11 กรกฎาคม 2552)
คำบรรยายครั้งที่ 7 (วันที่ 25 กรกฎาคม 2552)
คำบรรยายครั้งที่ 8 (วันที่ 1 สิงหาคม 2552)
คำบรรยายครั้งที่ 9
คำบรรยายครั้งที่ 10 (วันที่ 15 สิงหาคม 2552)
คำบรรยายครั้งที่ 11
คำบรรยายครั้งที่ 12
คำบรรยายครั้งที่ 13

เอกสารเตรียมสอบ

8 Responses to “วิชาทฤษฎีกฎหมายเอกชน”

  1. ได้ส่งคําบรรยาย ครั้งที่ ๑ ไปแล้ว

  2. หลวงพี่เอ็กซ์ Says:

    หลักพระพุทธศาสนา ในประเด็นการฆ่าตัวตาย

    การบรรยายของท่าน อ.จรัญ ในวันนี้ ประเด็นนึงที่ท่านอาจารย์พูดถึง คือ “การฆ่าตัวตาย”

    โดยอาจสรุปได้ว่า ” ในบางประเทศนั้น กฎหมายได้เอาผิดต่อบุคคลผู้กระทําการฆ่าตัวตายด้วย
    แต่กฎหมายในประเทศไทย ถือว่า การฆ่าตัวตายเป็นเรื่องของปัจเจกบุคคล ที่กระทําได้โดยไม่ผิดต่อกฎหมาย ”

    เรื่องควรพิจารณา

    – ประเทศไทย ควรมีกฎหมายเอาผิดต่อบุคคลผู้กระทําการฆ่าตัวตายหรือไม่

  3. หลวงพี่เอ็กซ์ Says:

    การร่างกฎหมายนั้น พึงพิจารณารหลักศีลธรรมทางศาสนาของสังคมนั้น ๆ ร่วมด้วย

    พระพุทธศาสนา เป็นศาสนาหลักของชาติไทย ในประเด็นการฆ่าตัวตายนี้ พระพุทธองค์ ตรัสสอน

    ไว้ อย่างไร

    การฆ่าตัวตาย ภาษาอังกฤษ เรียกว่า ” Suicide ”

    ส่วนพระพุทธศาสนาเรียกว่า “อัตตวินิบาตกรรม”

    คือ การกระทำที่ทำให้ตนเองเสียชีวิตโดยเจตนา

    โดยพระพุทธองค์ได้ตรัสถึงกรรมหนัก ซึ่งเป็นเหตุให้สัตว์ไปเกิดในอบายไว้ โดยทรงลำดับความรุนแรงแห่งการให้ผลไว้ดังนี้ คือ

    ๑.นิยตมิจฉาทิฏฐิกรรม (มี ๓ ประเภท) เป็นกรรมที่รุนแรงที่สุด และให้ผลก่อนกรรมอื่นๆ ทั้งหมด

    ๒.อนันตริยกรรม ๕ ประการ โดยความรุนแรง รองจาก นิยตมิจฉาทิฏฐิกรรม โดยทรงตรัสว่า ในอนันตริยกรรม ๕ อย่างนี้ เริ่มต้นแต่ สังฆเภทกรรม ซึ่งเป็นกรรมที่หนักที่สุด ,รองมาคือ ทำพระพุทธเจ้าให้ห้อพระโลหิต ,รองมาคือ ฆ่าพระอรหันต์, รองมาคือ ฆ่ามารดา และสุดท้ายคือ ฆ่าบิดา

    ๓.อัตตวินิบาตกรรม ได้แก่ การฆ่าตัวตาย ซึ่งมีผลรุนแรงมาก รองจาก อนันตริยกรรม

    และพระพุทธองค์ยังตรัสว่า

    นิยตมิจฉาทิฏฐิกรรม ๓ และปัญจานันตริยกรรม ๕ ถ้าหากใครกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งในนี้แล้ว
    เมื่อสิ้นชีวิตก็จะต้องได้รับผลของกรรมนั้นทันที ถึงแม้ว่าก่อนตายจะสร้าง
    บุญใหญ่บุญดีเลิศขนาดไหน บุญทั้งหลายเหล่านั้นก็ไม่อาจช่วยให้พ้น
    ไปจากการต้องรับผลกรรมชั่วเหล่านี้ทันทีที่ตายลงได้เลย

    ส่วน บุคคลใด อัตตวินิบาตกรรม

  4. หลวงพี่เอ็กซ์ Says:

    เรามาทําความเข้าใจกับ ” หลักอนันตริยกรรม” กันก่อน

    พระพุทธองค์ตรัสว่า ” กิจโฉ มนุสสปฎิลาโภ” แปลเป็นไทยว่า การได้เกิดเป็นมนุษย์ยากนัก

    ยากแค่ไหน ? พระพุทธองค์ ได้เปรียบเทียบ ให้เราเห็นภาพ ดังนี้ ( พระอานนท์เถระ เป็นผู้ทูลถาม )

    ๑ ให้เราใช้นิ้วแตะลิ้น แล้วเอานิ้วนั้นแตะที่พื้นดิน พระพุทธองค์ตรัสว่า เศษฝุ่นที่ติดคือโอกาส ที่คนจะได้เกิดมาเป็นมนุษย์

    ๒. มีห่วงยางในมหาสมุทร มีเต่าตาปอดในมหาสมุทร ทุกร้อยปี เต่าตาบอดนั้นจะโผล่ขึ้นมาหายใจ โอกาสที่เต่าตาบอดตัวนั้นจะโผล่ขึ้นมาลอดห่วงอย่างพอดี นั่นคือโอกาสที่จะได้เกิดเป็นมนุษย์

  5. หลวงพี่เอ็กซ์ Says:

    ส่วนโทษของการฆ่าตัวตาย เป็นเช่นไร

    บาปแค่ไหน

    ท่านผู้สนใจ ศึกษาต่อได้ที่

    http://www.littlecatzhome.net/chongter/Articles/general/suicide.htm

    อาจสรุปได้ว่า พระพุทธศาสนา นั้น ไม่สนับสนุนให้มีการ กระทํา “อัตตวินิบาตกรรม” เพราะจะส่งผลร้ายต่อบุคคลผู้กระทํา ทั้งชาตินี้ และชาติหน้า

    โดยบุคคลใด กระทํา “อัตตวินิบาตกรรม” ในชาตินี้
    เมื่อเกิดชาติหน้าไป บาปนี้ จะติดตัวบุคคลนั้นไป ส่งผลให้ฆ่าตัวเองตายอย่างนี้ อีก ๑๐๐๐ ชาติ

  6. ขอบคุณบุคลากรทุกคนที่ได้จัดทำเวบไซต์นี้น่ะค่ะ
    เพราะช่วงนี้งานยุ่งมากเลยค่ะ ไม่ค่อยได้เข้าเรียนเลย
    มีสอบหลายอย่างด้วย จำเป็นต้องใช้เวบนี้ช่วยมากค่ะ
    เวบนี้คงช่วยให้เราสอบผ่านนะ..

    – อยากได้เป็นเอกสารน่ะค่ะ นอกจากร้านถ่ายเอกสารมีที่ไหนอีกไหมค่ะ
    – ไฟล์เสียงในนี้มีหรือเปล่าค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: